บทนำ
ในความมืดมิดของราตรี เขาขังกรอบฉันไว้ในอ้อมกอด นิ้วหัวแม่มือเขาเอื้อมมาสัมผัสริมฝีปากของฉัน น้ำเสียงแหบห้าวและเต็มไปด้วยอันตราย: "บอกราคามาสิ ถ้าเธอยอมอยู่ข้างฉัน ครึ่งหนึ่งของโคลแมน กรุ๊ปจะเป็นของเธอ"
ฉันยิ้มหวานชื่นก่อนจะวางฝ่ามือลงบนแก้มเขาอย่างแรง "ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง"
ฉันหมุนตัวจะเดินจากไป แต่เขาคว้าข้อมือฉันดึงกลับมา สายตาจับจ้องไปที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน ใบหน้าที่เหมือนกับเขาราวกับแกะแบบมา เขากัดฟันกรอด: "แล้วเด็กคนนั้นล่ะ? เขาก็เป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการเช่นกันใช่ไหม?"
บท 1
กลิ่นฉุนกึกของน้ำยาฆ่าเชื้อโชยขึ้นมาจนแสบจมูก และทำให้ดวงตาของญาณิดาพร่ามัว
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวของโรงพยาบาลเอกชน หญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียงผ่าตัด หน้าผากมนชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านมาจากเบื้องล่าง มันชัดเจนและแหลมคมราวกับถูกกรีดเฉือนเนื้อสด ๆ
เธอขบกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไม่ให้เล็ดลอดออกมา
"อดทนหน่อยครับ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"
เสียงของนายแพทย์ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับเขากำลังซ่อมแซมวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่การรักษามนุษย์
ที่หน้าประตูห้องผ่าตัด เสียงของจันทร์เพ็ญผู้เป็นมารดาดังลอดเข้ามา น้ำเสียงของเธอฟังดูพินอบพิเทาแต่แฝงไปด้วยความร้อนรนขณะคุยโทรศัพท์
"คุณผู้ช่วยคะ วางใจได้เลยค่ะ การผ่าตัดใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช่ค่ะ... ทางเราให้ความร่วมมือกับคุณวินทร์มาตลอด ส่วนเรื่องเงินลงทุนในไตรมาสหน้า..."
ถ้อยคำเหล่านั้นพุ่งทะลุช่องว่างใต้ประตู เข้ามาทิ่มแทงหัวใจที่บอบช้ำจนเป็นรูพรุนของญาณิดา
ทั้งความเจ็บปวดและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ ในสายตาของผู้เป็นแม่ เป็นเพียงเบี้ยต่อรองเพื่อแลกเงินลงทุนจากวินทร์ก็เท่านั้น
ความเจ็บปวดแสบสันที่แล่นริ้วขึ้นมา ฉุดกระชากญาณิดากลับไปสู่ค่ำคืนเข้าหอที่เปรียบเสมือนฝันร้าย
ในคืนนั้น เธอทอดกายถวายตัวให้เขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมรัก
แต่หลังจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งผ่านพ้น สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าถมึงทึงและแววตาอำมหิตของสามีป้ายแดง
วินทร์จ้องมองผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ทำไมไม่มีเลือด?"
ขณะที่ญาณิดากำลังจะอธิบาย เขากลับไม่ยอมฟังคำอธิบาย หนำซ้ำยังรีบตัดสินเธอทันที "เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์... สกปรก"
นับตั้งแต่วันนั้น วินทร์ก็ปักใจเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงมักมากและไร้ยางอาย
ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำถากถางอันเจ็บแสบ
ซ้ำร้าย เขายังสั่งให้คนลากเธอมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำศัลยกรรมรีแพร์ เย็บกระชับคืนความบริสุทธิ์โดยไม่ใช้ยาชา...
ความเจ็บปวดเจียนตายในครั้งนั้น คอยตอกย้ำอยู่ทุกลมหายใจว่า... ร่างกายของเธอมีมลทิน
แต่ญาณิดาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ทุกวันในชีวิตหลังแต่งงาน หากเธอเผลอทำอะไรให้วินทร์ไม่พอใจ เธอจะถูกลากกลับมาที่ห้องผ่าตัดและถูกขังไว้หนึ่งวันหนึ่งคืน เพื่อให้ทบทวนความเจ็บปวดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และวันนี้... เพื่อตระกูลบุญศิริ เพื่อพื้นที่อันน้อยนิดในตระกูลที่ต้องคอยรองมือรองเท้าคนอื่น ญาณิดาจำต้องทำให้วินทร์โกรธอีกครั้ง
และแม่แท้ ๆ ของเธอก็เป็นคนพาเธอมาส่งเข้าห้องเชือดนี้ด้วยตัวเอง
ใบหน้าของญาณิดาซีดเผือดราวกับกระดาษ ความเจ็บปวดที่ยังคงเต้นตุบ ๆ ทำให้เธอยืดตัวตรงไม่ได้ หญิงสาวต้องใช้มือยันผนัง ค่อย ๆ พยุงร่างอันบอบช้ำเดินโซเซออกมาจากห้องผ่าตัด
เป็นจังหวะเดียวกับที่จันทร์เพ็ญวางสายโทรศัพท์พอดี
ทันทีที่เห็นสภาพของลูกสาว คิ้วของคนที่เธอเรียกว่า 'แม่' ก็ขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ
"ทีหลังก็หัดจำใส่สมองไว้บ้าง อย่าไปขัดใจคุณวินทร์เขาอีก คนขับรถรออยู่หน้าตึก รีบกลับบ้านซะ วันนี้เปรมาจะกลับมาจากเมืองนอก"
ญาณิดาหลุบตาลงต่ำ ซ่อนความขมขื่นแสนเจ็บปวดไว้ในแววตา
เปรมา... น้องสาวต่างมารดาของเธอ เพชรเม็ดงามแห่งตระกูลบุญศิริ เป็นที่รักดั่งแก้วตาดวงใจของทุกคน
ส่วนเธอ... ญาณิดา เป็นเพียงหลักฐานความมักง่ายของพ่อ เป็นตราบาปแห่งความล้มเหลวในชีวิตคู่ของแม่ และเป็นเพียงสินค้าที่ครอบครัวพร้อมจะแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ได้ทุกเมื่อ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์บุญศิริที่หรูหราแต่เย็นเยียบ บรรยากาศช่างแตกต่างจากโรงพยาบาลราวฟ้ากับเหว
"น้องเปร! กลับมาแล้วเหรอลูก! ไปอยู่เมืองนอกลำบากแย่เลย ดูสิ ผอมลงไปตั้งเยอะ!"
จันทร์เพ็ญโผเข้ากอดเปรมาที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้าน รอยยิ้มนั้นช่างดูจริงใจและอบอุ่นในแบบที่ญาณิดาไม่เคยได้รับ
เปรมาอยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปดูสง่างาม ใบหน้าแต้มยิ้มหวานหยด ขณะนี้กำลังยืนรับความรักความเอาใจใส่จากทุกคนราวกับเจ้าหญิง
เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นญาณิดาที่ยืนลีบอยู่ตรงประตู มุมปากของเปรมากระตุกยิ้มเบา ๆยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส
"พี่ณิก็อยู่บ้านด้วยเหรอคะ"
จันทร์เพ็ญเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีลูกสาวอีกคนยืนหัวโด่อยู่ รอยยิ้มของเธอจางลงไปในพริบตา "ยืนบื้ออยู่ทำไม? มาช่วยน้องเปรถือของขวัญขึ้นไปเก็บสิ ไม่รู้จักมีน้ำใจเลยจริง ๆ"
ญาณิดาก้าวเข้าไปเงียบ ๆ รับถุงของขวัญราคาแพงที่ไม่ได้หนักหนาอะไรมาถือไว้
เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างมีความสุขลอยผ่านเบื้องหลังไป เธอเองก็รู้ว่าไม่ได้มีที่ว่างสำหรับเธอ เธอเหมือนเงาจาง ๆ ที่เป็นส่วนเกินของภาพครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ
โชคดีที่จันทร์เพ็ญมัวแต่เห่อลูกสาวคนโปรด จึงไม่มีเวลามาค่อนขอดเธอมากนัก
จันทร์เพ็ญโบกมือไล่ให้คนขับรถไปส่งเธอกลับคฤหาสน์หงษาของวินทร์ ราวกับส่งคืนเครื่องมือที่ใช้งานจนหนำใจแล้วกลับคืนเจ้าของ
แต่ค่ำคืนนี้... มีนรกขุมใหญ่กว่ารอเธออยู่
วินทร์ สามีของเธอ จัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเปรมาอย่างยิ่งใหญ่
ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แสงไฟระยิบระยับส่องกระทบแก้วไวน์ราคาแพง แขกเหรื่อระดับไฮโซเดินขวักไขว่
ญาณิดาในชุดราตรีสีเรียบไร้ลวดลาย นั่งสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
เธอไม่อยากสบตากับใคร ไม่อยากรับรู้สายตาที่มองมาอย่างสมเพชเวทนา
ข่าวลือเรื่องความเหลวแหลกและการใช้มารยาจับผู้ชายรวยของเธอ แพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูงมานานแล้ว
ทุกครั้งที่เธอออกงานสังคม ก็ไม่พ้นตกเป็นขี้ปากชาวบ้านให้เล่าต่อกันอย่างสนุกปาก
แต่วินทร์ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบ
เขาถือแก้วไวน์ เดินฝ่าวงล้อมของผู้คนตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นที่แกะสลักอย่างประณีต
"ทำไมมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียว?"
ญาณิดาเงยหน้ามองเขา นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งเดือนที่ได้เจอกัน แต่เขาก็ยังคงไม่แสดงสีหน้าดี ๆ ให้เธอ
ไม่รอคำตอบ วินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ "ก็จริงนะ เธอคงทำอะไรไม่เป็นนอกจากนั่งปั้นหน้าขายบริการ แต่ในงานระดับนี้ ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาขายรอยยิ้มหรอก นั่งเจียมตัวอยู่ตรงนี้ก็ถือว่ารู้กาละเทศะดี"
วาจาเชือดเฉือนนั้นตบหน้าญาณิดาฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ
สายตาของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นความเหยียดหยามทันที
ญาณิดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"พี่วินทร์คะ อย่าพูดกับพี่ณิแบบนั้นสิคะ..."
เปรมาปรากฏตัวขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม เธอเดินเข้ามาคล้องแขนวินทร์อย่างสนิทสนม แววตาแฝงความสะใจเล็ก ๆ ที่ญาณิดาจับสังเกตได้
เมื่อเขาหันไปมองเปรมา สีหน้าของวินทร์ก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"น้องเปร... คุณน่ะจิตใจดีเกินไป คนบางคนไม่คุ้มค่าให้คุณออกรับแทนหรอก ที่เธอยังมีหน้ามานั่งเสนอหน้าอยู่ที่นี่ได้ ก็ถือว่าเป็นความเมตตาของพี่มากพอแล้ว"
ขอบตาของญาณิดาร้อนผ่าว เธอทนต่อไปไม่ไหวจึงลุกขึ้นยืนพรวด
"ขอโทษค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวสักครู่นะคะ"
ญาณิดาเดินแกมวิ่งหนีไปยังห้องน้ำ ของเหลวร้อนชื้นเอ่อล้นปริ่มขอบตาแต่เธอกัดฟันกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา
กว่าจะรวบรวมสติและจัดแจงอารมณ์ได้ เธอฝืนยิ้มแห้ง ๆ ให้ตัวเองในกระจก ก่อนจะเดินออกมา
ทว่าเมื่อเดินผ่านมุมระเบียงด้านนอก ฝีเท้าของเธอก็ชะงักกึก
ที่ระเบียงนั้น... เปรมาและวินทร์ยืนหันหน้าเข้าหากัน
เปรมาเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเขินอาย
"พี่วินทร์คะ... จริง ๆ แล้ว... เปรรักพี่วินทร์มาตลอด ถึงเปรจะรู้ว่าพี่แต่งงานกับพี่ณิไปแล้ว และเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่เปรก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ เรื่องในอดีต... ตระกูลบุญศิริผิดต่อพี่ และเปรเองก็... ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย"
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาของวินทร์เอาไว้
วินทร์ยืนหันหลังให้ญาณิดา ทำให้เธอไม่เห็นสีหน้าของเขา
แต่เขาไม่ได้สะบัดมือออก กลับถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นช่างอ่อนโยน
"อย่าโทษตัวเองเลย พี่รู้ว่าเปรพยายามที่สุดแล้ว"
ภาพที่เห็นเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของญาณิดาออกมาขยี้จนแหลกเหลว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบหายใจไม่ออก
ที่ผ่านมา เธอหลงคิดว่าความเย็นชาของวินทร์เกิดจากความแค้นระหว่างสองตระกูล หรือแม้แต่คิดว่าความบ้าคลั่งเรื่องความบริสุทธิ์ของเขาคือปมในใจเพียงอย่างเดียว
แต่วันนี้ ความจริงปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า... ความโหดร้ายที่เขามอบให้เธอ เป็นเพราะในหัวใจของเขามีคนอื่นจับจองอยู่แล้ว
และคนคนนั้น ดันเป็นน้องสาวของเธอ... เป็นเปรมา ผู้ที่ถูกทุกคนประคับประคองไว้บนหิ้งมาตลอดชีวิต
เล็บของญาณิดาจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดทางกายช่วยเรียกสติให้กลับคืนมาบ้าง
เธอมองภาพวินทร์ค่อย ๆ ยกมือขึ้นทัดผมที่ถูกลมพัดให้เปรมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังแตะต้องของล้ำค่าที่สุดในชีวิต วินาทีนั้น... หัวใจของเธอแตกสลายอย่างสมบูรณ์
"วินทร์... คุณต่างหากที่สกปรก ครั้งนี้... ฉันจะเป็นคนไปจากคุณเอง" เธอเอ่ยคำขาดในใจอย่างเด็ดเดี่ยว
บทล่าสุด
#119 บทที่ 121 เธอคือณัฏฐริณีย์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#118 บทที่ 120 นี่แหละคือคุณหนูสายเลือดแท้ของตระกูลมหาเศรษฐี
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#117 บทที่ 119 แผนการของสมหญิง
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#116 บทที่ 118 จินนี่กำเริบ病
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#115 บทที่ 117 พี่น้องพบกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#114 บทที่ 116 การกระทำของวินทร์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#113 บทที่ 115 ฉันไม่รู้จักคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#112 บทที่ 114 จนถึงตอนนี้ยังคงหาเหตุผลมาปกป้องเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#111 บทที่ 113 ธนวัฒน์ไปจับคนที่โรงเรียนอนุบาล
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#110 บทที่ 112 วินทร์ให้คนไปปลูกดอกไม้ที่ญาณิดาชอบมากที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เจ้าพ่อมาเฟีย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พ่ายใจรัก
คนถูกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดน้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความเจ็บใจ จนเผลอเงื้อมือเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างลืมตัว
“ถึงคุณอยากจะตบผม แต่ผมคงไม่นึกอยากจะจูบคุณอีกหรอกครับคุณบุษบามินตรา”
“คุณ...มันเป็นพวกรังแกผู้หญิง”
“แล้วคุณคิดว่าหน้าผมมีไว้ให้ตบเล่นๆ หรือไงครับ คุณตบผมได้ผมก็จูบคุณได้เหมือนกัน และรู้เอาไว้เถอะ ว่าคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจูบแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาเลยสักนิด” เทวินทร์ตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนพอกัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่พูดออกไปไม่ได้เป็นความจริง
เจ้าของดวงหน้างดงามจ้องหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองใจ น้ำตาพานหยุดไหลเอาดื้อๆ นึกอยากจะตะกุยหน้าขาวๆ นั่นให้เป็นรอยนัก
ผู้ชายอะไรปากเสียแถมยังหลงตัวเอง!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













